ชมทิวทัศน์แบบพาราโนมาที่ เนินช้างศึก

ชมทิวทัศน์แบบพาราโนมาที่ เนินช้างศึก

เนินช้างศึกตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,053 เมตร เป็นที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 ฐานช้างศึก ที่นี่จะมีชื่อที่รู้จักกันอีกว่า ยอดดอยปิล็อก หรือ ต่องปะแล เป็นจุดยุทธศาสตร์ของชายแดนไทย-พม่า และในปัจจุบันยังเป็นจุดชมวิวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันแบบไม่ขาดสายตลอดทั้งปีกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาวจะมีสายหมอกยามเช้าที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงเลยว่าใกล้กรุงเทพก็มีหมอกสวยๆ ให้ชมด้วยเช่นกัน

บริเวณจุดชมวิวเนินช้างศึก ถ้าในช่วงที่ทัศนะวิสัยดีเราจะสามารถมองเห็นทะเลอันดามันของฝั่งประเทศพม่าได้ และอาจได้เห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือทะเลอันดามันที่สวยโรแมนติกไม่แพ้ที่อื่นกันเลยทีเดียวใครได้มาถ้าไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้จะเสียดายไปอีกนาน ยกเว้นถ้ามาในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ ตลอดเวลาจนคุณอาจนึกไปว่าอยู่บนยอดดอยที่ใดที่หนึ่งของภาคเหนือก็เป็นได้ ในแต่ละช่วงฤดูของเนินช้างเผือกจะมีความงดงามแตกต่างกัน แต่รับรองได้เลยความงามของธรรมชาติจะทำให้คุณประทับใจกันไปอีกนาน

เนินช้างเผือกจะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวแบบลุยๆ เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก นักท่องเที่ยวส่วนมากจะต้องมากางเต็นท์พักแรม ใครชอบแบบนี้ก็ห้ามพลาดกันนะคะ เพราะคุณจะสนุกกับการเดินลุยป่าและชมธรรมชาติสวยๆ กันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว

เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว สัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี

เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว สัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟสะพานแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวชมสะพานข้ามแม่น้ำแควได้ทั้งทางรถยนต์และทางรถไฟ นอกจากความสวยความงามของสะพานในช่วงเวลาปกติแล้ว ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี บริเวณสะพานยังจัดให้มีการแสดง แสง สี เสียง ที่สวยงามตระการตา ที่เรียกว่างานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จะเป็นการจัดแสดงเกี่ยวประวัติศาสตร์ของสะพานในสมัยสงคราม เพื่อให้เราได้ย้อนเวลากลับไปดูการสร้างสะพานและช่วงที่สะพานโดนทิ้งระเบิดโดยฝ่ายพันธมิตร ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้า ของที่ระลึก และของกินมากมาย จัดเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ประจำปีของจังหวัดกาญจนบุรีกันเลยทีเดียว

บนสะพานข้ามแม่น้ำแควอนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินเที่ยวชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกได้ แต่ถ้าใครเดินไม่ไหวปัจจุบันยังมีบริการรถรางให้นั่งชมกันได้อีกด้วย นอกจากนี้บริเวณสะพานยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ที่จอดรถกว้างขวาง ห้องน้ำ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก แหล่งเครื่องประดับและอัญมณี ทำให้ในช่วงวันสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวๆ เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันไม่ขาดสาย หรือพูดได้ว่าถ้ามาถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้วไม่ได้มาเดินสะพานข้ามแม่น้ำแควเหมือนยังมาไม่ถึงกันเลยทีเดียว

ทราบกันแบบนี้แล้วใครมีโปรแกรมเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีก็อย่าลืมแวะเที่ยวชมสะพานข้ามแม่น้ำแควพร้อมถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึกเก็บไว้ดูกันด้วยนะคะ

น้ำตกเอราวัณ น้ำตกสีฟ้าใสความงามที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ

น้ำตกเอราวัณ น้ำตกสีฟ้าใสความงามที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ

จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยป่าไม้ที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก ทำให้มีน้ำตกอยู่หลายแห่งที่มีน้ำไหลใสเย็นกันเกือบตลอดทั้งปี และน้ำตกแต่ละแห่งก็มีความงดงามตามธรรมชาติอยู่มาก โดยเฉพาะน้ำตกเอราวัณ ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 600 ตารางกิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 3199 เป็นเส้นทางเดียวกันกับทางไปเขื่อนศรีนครินทร์

น้ำตกเอราวัณ เดิมมีชื่อว่า “น้ำตกสะด่องม่องลาย” เป็นชื่อที่เรียกตามชื่อของต้นน้ำที่มาจากลำธารม่องไล่และห้วยอมตะลา สำหรับชื่อน้ำตกเอราวัณนั้นน่าจะมาจากชั้นบนสุดของน้ำตกที่หลายคนบอกว่ามองดูคล้ายหัวช้างสามเศียรเอราวัณนั่นเอง สายน้ำตกจะไหลจากยอดเขาสูงผ่านโขดหินลงมาเป็นชั้นๆ และมีด้วยกันถึง 7 ชั้น โดยแต่ละชั้นจะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน คือ ไหลคืนรัง, วังมัจฉา, ผาน้ำตก, อกนางผีเสื้อ, เบื่อไม่ลง, ดงพฤกษา และ ภูผาเอราวัณ แต่ละชั้นจะมีระยะทางแตกต่างกันโดยชั้นแรกๆ จะมีระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่ชั้นบนสุดจะมีระยะทางถึง 1,520 เมตร เลยทีเดียว ที่สำคัญทุกชั้นจะมีแมกไม้นานาชนิดขึ้นปกคลุมทำให้บริเวณน้ำตกร่มครึ้มและมีอากาศเย็นสบาย

การเดินขึ้นไปชั้นบนสุดทางไม่ลำบากมากนัก แต่ก็มีบางช่วงที่ค่อนข้างชันและลื่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่รับรองได้เลยว่าน้ำตกทุกชั้นมีความงดงามตามธรรมชาติที่จะทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินจนหายเหนื่อยกันไปได้เลย

ชมวิวทิวทัศน์ เล่นน้ำ พายเรือ ณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ชมวิวทิวทัศน์ เล่นน้ำ พายเรือ ณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้บริเวณด้านหลังกลายเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่ มีเกาะแก่ง ผาหิน ที่สวยงาม คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติจึงได้กำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอุทยาน โดยมีเนื้อที่ประมาณ 1,497 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมผืนป่าโดยรอบบริเวณอ่างน้ำของเขื่อนเขาแหลม พื้นที่โดยรอบยังล้อมไปด้วยแนวป่าอนุรักษ์ มีเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และอุทยานแห่งชาติลำคลองงู

ที่นี่ยังเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญในจังหวัดกาญจนบุรีหลายสายอีกด้วย นอกจากนี้ส่วนหนึ่งของอุทยานยังเป็นเทือกเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 100-1,700 เมตร บริเวณอุทยานฯ มีป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นป่าเบญจพรรณที่มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นคล้ายป่าดงดิบ สำหรับอากาศโดยทั่วไปในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมจะมีฝนตกชุก แต่ถ้าใครอยากมาสัมผัสสายหมอกควรเดินทางมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ที่นี่จะมีอากาศเย็นสบายไม่ถึงกับหนาวจัด ส่วนในช่วงเดือนมีนาคม-กลางเดือนพฤษภาคม ในตอนกลางวันอากาศจะค่อนข้างร้อนจัด

บริเวณอุทยานฯ ยังมีทั้งบ้านพัก ร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว หรือใครอยากสัมผัสธรรมชาติกันแบบเต็มๆ ก็สามารถกลางเต็นท์ผักที่จุดกลางเต็นท์ของอุทยานฯ กันได้ ในแต่ละฤดูความสวยงามของอุทยานจะแตกต่างกัน แต่จะสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะช่วงนี้ต้นไม้จะเขียวขจี ดอกไม้ออกดอกกันบานสะพรั่ง รับรองได้เลยว่ามาที่นี่คุณจะลืมความวุ่นวายในเมืองหลวงกันไปได้เลย

เที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด

เที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิตั้งอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 772,214 ไร่ มีบริเวณด้านหนึ่งติดกับเขตชายแดนพม่า ทางกรมป่าไม้เสนอให้มีการอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ป่าเชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ที่สำคัญยังเป็นการช่วยรักษาระบบนิเวศน์และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะเป็นเทือกเขาที่วางตัวเป็นแนวยาวสูงไล่ระดับตามเทือกเขาตะนาวศรี มีระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,000 – 1,249 เมตร มียอดเขาช้างเผือกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด

ผืนที่ป่าภายในอุทยานจะเป็นลักษณะป่าผสมผสานที่มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เป็นจำนวนมาก และสัตว์ป่ายังมีความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้บริเวณที่ทำการของอุทยานยังได้รับการดูแลและตกแต่งอย่างเป็นสัดส่วน มีจุดชมวิวที่สวยงามเพราะสามารถชมทัศนียภาพได้แบบพานารามากันเลยทีเดียว นั้นก็คือจุดชมวิวเนินช้างเผือก และจุดชมวิวเนินกูดดอย

ภายในอุทยานยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ร้านค้า ร้านอาหาร หรือใครอยากนอนแบบใกล้ชิดธรรมชาติทางอุทยานก็มีบริการให้เช่าเต็นท์ ถุงนอน บริเวณจุดกางเต็นท์ก็มีห้องน้ำ ร้านอาหาร ไว้ค่อยบริการนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าสนใจเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติก็มีการจัดหาเจ้าหน้าที่นำทาง รวมไปถึงลูกหาบช่วยขนสัมภาระ ใครชอบเที่ยวป่าเขาลำเนาไพรถ้าได้มาที่นี่รับรองได้ว่าคุณจะต้องประทับใจ

สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำชื่นใจที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำชื่นใจที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำนกห้วยแม่ขมิ้น หรือน้ำตกห้วยขมิ้น ตั้งอยู่ใน ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในความดูแลของของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ รอบบริเวณมีพื้นที่ป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ที่นี่ยังเป็นน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทยกันอีกด้วย บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าเขา มีต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก กระแสน้ำตกจะตกลงมายังชั้นเล็กชั้นน้อยลดลั่นเป็นระยะๆ เหมือนม่านน้ำสีขาวสวยสะอาดตา ด้วยความที่อุดมไปด้วยต้นไม้นี่เองทำให้รอบบริเวณอากาศเย็นสบายและสายน้ำตกเย็นฉ่ำ บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามของน้ำนกแม่ห้วยขมิ้นกันแบบไม่รู้เบื่อ ใครที่อยู่ในตัวเมืองอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาที่นี่รับรองได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์กันแบบเต็มปอดกันเลยทีเดียว ปัจจุบันการเดินทางมายังน้ำตกก็ค่อนข้างสะดวกสบายมากขึ้น การเดินทางเข้าชมน้ำตกสามารถทำได้หลายแบบ โดยจะมีจุดเริ่มต้นอยู่บริเวณที่ทำการของอุทยานฯ ซึ่งตรงกับน้ำตกชั้น 4 นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงจากชั้น 4 ไปชั้น 1 หรือเดินขึ้นไปยังชั้น 7 กันได้เลย

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นทั้ง 7 ชั้น จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันคือ ดงว่าน, ม่านขมิ้น, วังหน้าผา, ฉัตรแก้ว, ไหลจนหลง, ดงผีเสื้อ และ ร่มเกล้า ซึ่งในแต่ละชั้นจะมีความสวยงามแตกต่างกัน สำหรับกิจกรรมของที่นี่นอกจากลงเล่นน้ำให้เย็นฉ่ำก็ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าเบญจพรรณและป่าไม้เต็งรังกันอีกด้วย ใครชอบเดินสำรวจป่าต้องห้ามพลาดกันนะคะ

สะพานมอญ สะพานเชื่อมสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทย

สะพานมอญ สะพานเชื่อมสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทย

สะพานมอญ ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” เป็นสะพานไม้ที่ทำข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปหมู่บ้านมอญ สะพานแห่งนี้ยังจัดได้ว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยกันอีกด้วย และยาวเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งที่ตั้งอยู่ในประเทศพม่า สะพานมอญยังถือเป็นสะพานแห่งศรัทธาและสายใยวัฒนาที่เชื่อมโยงพี่น้องชาวมอญและชาวไทยไว้ด้วยกัน เพราะสะพานแห่งนี้เกิดจากการรวมแรงรวมใจกันของชาวสังขละบุรีและชาวมอญที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น

ในทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาสัมผัสธรรมชาติสวยๆ และชมวิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญกันเกือบตลอดทั้งปี การมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้เดินทางมาแต่เช้าคุณจะได้สัมผัสชีวิตของชาวมอญที่ตื่นขึ้นมาใส่บาตร โดยจะใส่บาตรด้วยข้าวสวยและดอกไม้ พร้อมกราบพระลงกับพื้นถนน เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวเห็นแล้วรู้สึกประทับใจในความศรัทธา สำหรับอาหารที่ไม่ควรพลาดก็คือขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยที่เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ ใครมาต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ

วัฒนธรรมอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวสนใจโดยเฉพาะชาวต่างชาตินั่นก็คือการเทินของไว้บนศีรษะของชาวมอญ ซึ่งบางคนมีความชำนาญสามารถเทินของได้เยอะและมีน้ำหนักค่อนข้างมากกันเลยทีเดียว มาเที่ยวสะพานมอญนอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวยๆ กันแล้ว เรายังได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ใครเดินทางมาเที่ยวกาญจนบุรีก็ลืมแวะมากันนะคะ

สัมผัสสายน้ำฉ่ำเย็นที่น้ำตกไทรโยคใหญ่

สัมผัสสายน้ำฉ่ำเย็นที่น้ำตกไทรโยคใหญ่

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เดิมมีชื่อเรียกว่า น้ำตกเขาโจน ประกาศให้เป็นอุทยานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2553 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 598,750 ไร่ อุดมไปด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนกันมาตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเป็นน้ำตกที่สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และทางน้ำกันเลยทีเดียว โดยน้ำตกจะมีลักษณะเป็นลำธารน้ำไหลลงชะง่อนหินสู่ลำน้ำแควน้อย ในลักษณะเหมือนกระโจนลงสู่ลำน้ำจึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกในยุคแรกนั่นเอง

น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมากกว่าช่วงอื่น ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมความงามในช่วงฤดูฝนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับจุดชมวิวที่น่าสนใจก็คือสะพานแขวนไทรโยค บริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะเห็นวิวน้ำตกได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าใครอยากชมแบบใกล้ชิดกันแล้วล่ะก็ แนะนำให้นั่งเรือหรือแพล่องลำน้ำแควน้อย เพราะนอกจากจะได้ชมน้ำตกอย่างใกล้ชิดแล้วยังได้ชมธรรมชาติที่สวยงามของลำน้ำแควน้อยกันอีกด้วย

บริเวณน้ำตกสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วในช่วงที่น้ำมากควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่ควรเล่นน้ำตามลำพัง เพราะลำน้ำแควน้อยนอกจากน้ำจะเย็นแล้วยังมีกระแสน้ำที่ไม่แน่นอนกันอีกด้วย เพียงระมัดระวังกันสักนิดคุณก็จะเที่ยวชมความงามของน้ำตกและล่องลำน้ำชมความงามของธรรมชาติกันได้อย่างเต็มอิ่มและประทับใจแบบไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว

ชวนเที่ยวป่าชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด

ชวนเที่ยวป่าชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด

อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด เดิมมีชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 36,875 ไร่ ได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ถึงจะเป็นอุทยานที่มีเนื้อที่ไม่มากแต่ที่นี่มีป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์และยังมีธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น น้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูน และการกัดเซาะของน้ำจนกลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ากองทัพญี่ปุ่นและพม่าเคยใช้เป็นทางเดินทัพกันมาแล้ว สำหรับเส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ จะแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางแรก
เส้นทางเดินจากถ้ำธารลอดน้อยไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ในถ้ำธารลอดน้อยภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยสวยงามและยังมีลำธารไหลผ่านที่มีชื่อว่า ลำกระพร้อย จากถ้ำธารลอดน้อยเดินไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เราก็จะพบน้ำตกไตรตรึงษ์ และเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะมาถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ที่นี่ยังมีรอยพระพุทธบาททั้งเบื้องซ้ายและเบื้องขวาให้เราได้กราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลกันอีกด้วย

เส้นทางที่สอง
เป็นเส้นทางเดินป่าไปชมน้ำนกสองน้ำตกด้วยกันนั่นก็คือ น้ำตกธารเงิน และน้ำตกธารทอง โดยเส้นทางนี้จะมีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร

ภายในอุทยานยังมีบ้านพักไว้รองรับนักท่องเที่ยว หรือใครจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือออกไปพักนอกอุทยานก็ได้เช่นกันค่ะ บริเวณโดยรอบอุทยานอากาศจะเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี ถ้าชอบชมธรรมชาติสวยๆ ต้นไม้ใบไม้และลำธารน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ต้องแวะมาเที่ยวอุทยานถ้ำธารลอดกันนะคะ