เที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด

เที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ สัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิตั้งอยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 772,214 ไร่ มีบริเวณด้านหนึ่งติดกับเขตชายแดนพม่า ทางกรมป่าไม้เสนอให้มีการอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้ป่าเชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ที่สำคัญยังเป็นการช่วยรักษาระบบนิเวศน์และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะเป็นเทือกเขาที่วางตัวเป็นแนวยาวสูงไล่ระดับตามเทือกเขาตะนาวศรี มีระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,000 – 1,249 เมตร มียอดเขาช้างเผือกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด

ผืนที่ป่าภายในอุทยานจะเป็นลักษณะป่าผสมผสานที่มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขา ที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เป็นจำนวนมาก และสัตว์ป่ายังมีความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้บริเวณที่ทำการของอุทยานยังได้รับการดูแลและตกแต่งอย่างเป็นสัดส่วน มีจุดชมวิวที่สวยงามเพราะสามารถชมทัศนียภาพได้แบบพานารามากันเลยทีเดียว นั้นก็คือจุดชมวิวเนินช้างเผือก และจุดชมวิวเนินกูดดอย

ภายในอุทยานยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ร้านค้า ร้านอาหาร หรือใครอยากนอนแบบใกล้ชิดธรรมชาติทางอุทยานก็มีบริการให้เช่าเต็นท์ ถุงนอน บริเวณจุดกางเต็นท์ก็มีห้องน้ำ ร้านอาหาร ไว้ค่อยบริการนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าสนใจเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติก็มีการจัดหาเจ้าหน้าที่นำทาง รวมไปถึงลูกหาบช่วยขนสัมภาระ ใครชอบเที่ยวป่าเขาลำเนาไพรถ้าได้มาที่นี่รับรองได้ว่าคุณจะต้องประทับใจ

สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำชื่นใจที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำชื่นใจที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำนกห้วยแม่ขมิ้น หรือน้ำตกห้วยขมิ้น ตั้งอยู่ใน ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในความดูแลของของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ รอบบริเวณมีพื้นที่ป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ที่นี่ยังเป็นน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทยกันอีกด้วย บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าเขา มีต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก กระแสน้ำตกจะตกลงมายังชั้นเล็กชั้นน้อยลดลั่นเป็นระยะๆ เหมือนม่านน้ำสีขาวสวยสะอาดตา ด้วยความที่อุดมไปด้วยต้นไม้นี่เองทำให้รอบบริเวณอากาศเย็นสบายและสายน้ำตกเย็นฉ่ำ บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามของน้ำนกแม่ห้วยขมิ้นกันแบบไม่รู้เบื่อ ใครที่อยู่ในตัวเมืองอยากหลีกหนีความวุ่นวายมาที่นี่รับรองได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์กันแบบเต็มปอดกันเลยทีเดียว ปัจจุบันการเดินทางมายังน้ำตกก็ค่อนข้างสะดวกสบายมากขึ้น การเดินทางเข้าชมน้ำตกสามารถทำได้หลายแบบ โดยจะมีจุดเริ่มต้นอยู่บริเวณที่ทำการของอุทยานฯ ซึ่งตรงกับน้ำตกชั้น 4 นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงจากชั้น 4 ไปชั้น 1 หรือเดินขึ้นไปยังชั้น 7 กันได้เลย

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นทั้ง 7 ชั้น จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันคือ ดงว่าน, ม่านขมิ้น, วังหน้าผา, ฉัตรแก้ว, ไหลจนหลง, ดงผีเสื้อ และ ร่มเกล้า ซึ่งในแต่ละชั้นจะมีความสวยงามแตกต่างกัน สำหรับกิจกรรมของที่นี่นอกจากลงเล่นน้ำให้เย็นฉ่ำก็ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าเบญจพรรณและป่าไม้เต็งรังกันอีกด้วย ใครชอบเดินสำรวจป่าต้องห้ามพลาดกันนะคะ

สะพานมอญ สะพานเชื่อมสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทย

สะพานมอญ สะพานเชื่อมสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทย

สะพานมอญ ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” เป็นสะพานไม้ที่ทำข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปหมู่บ้านมอญ สะพานแห่งนี้ยังจัดได้ว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยกันอีกด้วย และยาวเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งที่ตั้งอยู่ในประเทศพม่า สะพานมอญยังถือเป็นสะพานแห่งศรัทธาและสายใยวัฒนาที่เชื่อมโยงพี่น้องชาวมอญและชาวไทยไว้ด้วยกัน เพราะสะพานแห่งนี้เกิดจากการรวมแรงรวมใจกันของชาวสังขละบุรีและชาวมอญที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น

ในทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาสัมผัสธรรมชาติสวยๆ และชมวิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญกันเกือบตลอดทั้งปี การมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้เดินทางมาแต่เช้าคุณจะได้สัมผัสชีวิตของชาวมอญที่ตื่นขึ้นมาใส่บาตร โดยจะใส่บาตรด้วยข้าวสวยและดอกไม้ พร้อมกราบพระลงกับพื้นถนน เป็นภาพที่นักท่องเที่ยวเห็นแล้วรู้สึกประทับใจในความศรัทธา สำหรับอาหารที่ไม่ควรพลาดก็คือขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยที่เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ ใครมาต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ

วัฒนธรรมอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวสนใจโดยเฉพาะชาวต่างชาตินั่นก็คือการเทินของไว้บนศีรษะของชาวมอญ ซึ่งบางคนมีความชำนาญสามารถเทินของได้เยอะและมีน้ำหนักค่อนข้างมากกันเลยทีเดียว มาเที่ยวสะพานมอญนอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวยๆ กันแล้ว เรายังได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ใครเดินทางมาเที่ยวกาญจนบุรีก็ลืมแวะมากันนะคะ

สัมผัสสายน้ำฉ่ำเย็นที่น้ำตกไทรโยคใหญ่

สัมผัสสายน้ำฉ่ำเย็นที่น้ำตกไทรโยคใหญ่

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เดิมมีชื่อเรียกว่า น้ำตกเขาโจน ประกาศให้เป็นอุทยานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2553 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 598,750 ไร่ อุดมไปด้วยป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนกันมาตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเป็นน้ำตกที่สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และทางน้ำกันเลยทีเดียว โดยน้ำตกจะมีลักษณะเป็นลำธารน้ำไหลลงชะง่อนหินสู่ลำน้ำแควน้อย ในลักษณะเหมือนกระโจนลงสู่ลำน้ำจึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตกในยุคแรกนั่นเอง

น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมากกว่าช่วงอื่น ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมความงามในช่วงฤดูฝนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับจุดชมวิวที่น่าสนใจก็คือสะพานแขวนไทรโยค บริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะเห็นวิวน้ำตกได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าใครอยากชมแบบใกล้ชิดกันแล้วล่ะก็ แนะนำให้นั่งเรือหรือแพล่องลำน้ำแควน้อย เพราะนอกจากจะได้ชมน้ำตกอย่างใกล้ชิดแล้วยังได้ชมธรรมชาติที่สวยงามของลำน้ำแควน้อยกันอีกด้วย

บริเวณน้ำตกสามารถลงเล่นน้ำได้ แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วในช่วงที่น้ำมากควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กๆ ไม่ควรเล่นน้ำตามลำพัง เพราะลำน้ำแควน้อยนอกจากน้ำจะเย็นแล้วยังมีกระแสน้ำที่ไม่แน่นอนกันอีกด้วย เพียงระมัดระวังกันสักนิดคุณก็จะเที่ยวชมความงามของน้ำตกและล่องลำน้ำชมความงามของธรรมชาติกันได้อย่างเต็มอิ่มและประทับใจแบบไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว

ชวนเที่ยวป่าชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด

ชวนเที่ยวป่าชมธรรมชาติที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด

อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด เดิมมีชื่อว่าอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 36,875 ไร่ ได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ถึงจะเป็นอุทยานที่มีเนื้อที่ไม่มากแต่ที่นี่มีป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์และยังมีธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น น้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูน และการกัดเซาะของน้ำจนกลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ากองทัพญี่ปุ่นและพม่าเคยใช้เป็นทางเดินทัพกันมาแล้ว สำหรับเส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ จะแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางแรก
เส้นทางเดินจากถ้ำธารลอดน้อยไปยังถ้ำธารลอดใหญ่ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ในถ้ำธารลอดน้อยภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยสวยงามและยังมีลำธารไหลผ่านที่มีชื่อว่า ลำกระพร้อย จากถ้ำธารลอดน้อยเดินไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เราก็จะพบน้ำตกไตรตรึงษ์ และเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะมาถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ที่นี่ยังมีรอยพระพุทธบาททั้งเบื้องซ้ายและเบื้องขวาให้เราได้กราบนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลกันอีกด้วย

เส้นทางที่สอง
เป็นเส้นทางเดินป่าไปชมน้ำนกสองน้ำตกด้วยกันนั่นก็คือ น้ำตกธารเงิน และน้ำตกธารทอง โดยเส้นทางนี้จะมีระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร

ภายในอุทยานยังมีบ้านพักไว้รองรับนักท่องเที่ยว หรือใครจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือออกไปพักนอกอุทยานก็ได้เช่นกันค่ะ บริเวณโดยรอบอุทยานอากาศจะเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี ถ้าชอบชมธรรมชาติสวยๆ ต้นไม้ใบไม้และลำธารน้ำที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ต้องแวะมาเที่ยวอุทยานถ้ำธารลอดกันนะคะ